บทความเพื่อสุขภาพ

"กินเนื้อ" ระวัง! อายุสั้น

09/12/2013 | อ่าน 906 ครั้ง

"กินเนื้อ" ระวัง! อายุสั้น

วันนี้ทีมงานเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีเรื่องราวดีๆ น่ารู้เกี่ยวกับการกินเนื้อสัตว์ที่เราต้องกินกันทุกวันมาฝากคะ เชื่อว่าทุกคนคงเคยไปเลือกเนื้อสัตว์ที่ขายกันในตลาดใช่ไหมคะ โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญยิ่งจำเป็นต้องมีเนื้อสัตว์ดีๆ เป็นอาหารจานพิเศษและต้องพิถีพิถันในการเลือกใช่ไหมคะ อย่างแรกที่ดูกันคงไม่พ้นสีของเนื้อสัตว์ที่ต้องแดงสดสะดุดตา แต่มีคนทราบมั้ยคะว่าเนื้อสัตว์สีแดงสดน่าทานที่เราเห็นกันทุกวันในตลาดมีส่วนเร่งวันตายได้! ใครชอบกินเนื้อยิ่งต้องระวังคะ เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงขอนำเสนอบทความกินเนื้อเพื่อเป็นตัวเลือกในการรับประทานและเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณผู้หญิงและผู้รักสุขภาพทั้งหลาย ฉะนั้นเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) จึงมีเรื่องราวดีๆ มาฝากคุณผู้หญิงและผู้รักสุขภาพทุกคนให้ได้รู้จักวิกฤติเนื้อแดงเร่งวันตายของทุกคนค่ะ


"กินเนื้อ" จะทำให้อายุสั้นรู้ไหม!

ไม่ใช่แค่ความเชื่อแต่การศึกษาครั้งแรกและใหญ่สุดยืนยันแล้วว่า ทานแค่เท่าแฮมเบอร์เกอร์ 1 อันต่อวันเสี่ยงอายุสั้นกว่าปกติ 30% บ้างก็ว่ารับประทานเนื้อมากๆ ไม่ดี อาจเป็นมะเร็งได้ บางคนก็ว่าทานสัตว์ใหญ่เป็นกรรมเยอะ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีการกล่าวอ้างถึงผลการวิจัยที่บอกกันชัดๆ ไปเลยว่าตกลงแล้วการกินเนื้อสัตว์อย่างเช่นเนื้อวัวซึ่งฝรั่งเรียกกันว่าเนื้อแดงเป็นประจำจะก่อผลเสียต่อปัญหาสุขภาพจริงอย่างว่าหรือเปล่า จนล่าสุดมีผลการศึกษาอย่างเป็นทางการออกมาเป็นครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุดซึ่งมีคำตอบให้กับคำถามนี้

การศึกษานี้ทำในผู้สูงอายุรุ่นกลางมากกว่า 500,000 คน ในสหรัฐอเมริกาโดยทำการติดตามผลกันนานถึง 10 ปี โดยระบุว่าคนที่รับประทานเนื้อแดงเป็นประจำทุกวันประมาณ 4 ออนซ์ หรือเทียบได้กับการทานแฮมเบอร์เกอร์เนื้อวันละ 1 ชิ้น มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติเฉลี่ย 30%

โดยสาเหตุของการเสียชีวิตมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ ได้แก่ โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ไม่เพียงแต่เนื้อแดงที่ปรุงสดๆ เท่านั้น แต่การรับประทานเนื้อแดงที่ผ่านการแปรรูปแล้วก็มีความสัมพันธ์กับการตายเร็วกว่าปกติด้วยเช่นกัน โดยผลการวิจัยนี้เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการอายุรเวชศาสตร์ Archives of Internal Medicine

กินเนื้อ

 

 

 

การวิจัยยังพบด้วยว่าการรับประทานเนื้อขาว เป็นต้นว่า เนื้อปลา ไก่ ไก่งวง และสัตว์ปีก อื่นๆ กลับทำให้ความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วยสาเหตุแบบเดียวกันนี้ น้อยลงถึงแม้ว่าจะเพียงแค่นิดหน่อยก็ตามที

"ความเป็นหนึ่งเดียวของการศึกษาอันนี้คือจำนวนประชากรที่ศึกษาที่มากและระยะเวลาการติดตามผลที่นาน ซึ่งทำให้ผลการวิจัยนี้เป็นการตอบที่ชัดเจนและแน่นหนักว่า "ใช่แล้ว ถ้าใครอย่างมีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นต้องทานเนื้อแดงให้น้อยลง" ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ แบร์รี่ เอ็ม ป๊อปคิน จากมหาวิทยาลัยแห่งนอร์ธ แคโรไลน่า ผู้เขียนบทบรรณาธิการนำผลการวิจัยเรื่องนี้กล่าว

สำหรับคำอธิบายที่ว่าทำไมการรับประทานเนื้อจึงมีผลเสียต่อสุขภาพได้มากถึงเพียงนี้ นักวิจัยบอกว่า มีหลากหลายปัจจัยด้วยกัน เป็นต้นว่า การปรุงอาหารจากเนื้อแดงจะทำให้เกิดสารประกอบที่เป็นสารก่อมะเร็งบางชนิด และยิ่งไปกว่านั้นเนื้อแดงคือเนื้อที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไขมันประเภทนี้มีความสัมพันธ์กันกับการป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ ทวารหนัก และอีกทฤษฏีหนึ่งคือ เนื้อแดงมีปริมาณธาตุเหล็กที่สูง ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนทำให้กระตุ้นการเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย

ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งที่การวิจัยชิ้นนี้ได้ให้ไว้คือ การรับประทานเนื้อหมูที่มักถูกโปรโมทว่าเป็นเนื้อขาวไม่ใช่เนื้อแดงนั้นพบว่า ทำให้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วขึ้นด้วย ทั้งนี้นักวิจัยเชื่อว่าอาจเป็นเพราะธาตุเหล็กที่มีอยู่ในเนื้อหมูด้วยเช่นกัน

แม้การวิจัยครั้งนี้จะไม่ได้อธิบายลงลึกไปถึงกลไกที่ทำให้คนที่รับประทานเนื้อแดงหรือเนื้อแปรรูป มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ แต่ก็ได้ตอกย้ำถึงคำแนะนำ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีการกล่าวถึงมายาวนานว่าควรรับประทานเนื้อให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนคำนิยามของเนื้อแปรรูปที่การวิจัยนี้พบว่าทำให้คนกินเสี่ยงตายเร็วขึ้นด้วย ได้แก่ ไส้กรอกทุกชนิด เนื้อแผ่นสไลด์ชนิดแช่เย็น เบคอน ซึ่งการวิจัยนี้พบว่า ในกลุ่มประชากรตัวอย่างหญิงคนที่รับประทานเนื้อแปรรูปมากที่สุดมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ สาเหตุโดยรวมเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่รับประทานน้อยที่สุดอยู่ที่ 11% และหากจะจำแนกตามสาเหตุการตายจะพบว่าผู้หญิงกลุ่มทานเนื้อแปรรูปเยอะเสี่ยงตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 11% และด้วยโรคหัวใจ 38% ส่วนในกลุ่มประชากรผู้ชายนั้นพบว่า กลุ่มทานเนื้อแปรรูปมากเสี่ยงตายด้วยสาเหตุทั่วไปสูงกว่าปกติที่ 16% และความเสี่ยงในการตายจากโรคมะเร็ง 12% ขณะที่ความเสี่ยงในการตายเร็วด้วยโรคหัวใจอยู่ที่ 9%

ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายรายย้ำทิ้งท้ายว่า ผลการวิจัยนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเราต้องตัดเนื้อแดงออกากเมนูอาหารของตัวเองไปเลยโดยสิ้นเชิง แต่ควรจะเลี่ยงการรับประทานเนื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะดีกว่า